‘ไปเที่ยวกัน อยากถ่ายรูป เหงาอ่ะ’
เราส่งไลน์ด้วยประโยคแบบนี้ไปหาเพื่อนหลายคนมาก แน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็ปฏิเสธเนื่องด้วยติดงานบ้าง ไม่มีเงินบ้าง เราก็เข้าใจเพื่อนนะ
“ตือ ดึ๋งๆๆ” เสียงข้อความใหม่เข้ามา
‘ไปดิๆ ไปถ่ายที่หนายย’ เป็นข้อความตอบกลับจากเพื่อนคนหนึ่ง เหมือนต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาได้รับน้ำอีกครั้ง
จากคนเหงาสองคน เพิ่มมาเป็นสาม และจบด้วยสี่
จากแพลนไว้ว่าเที่ยวในกรุงเทพ เริ่มขยับไปเป็นนครปฐม สุดท้ายจบด้วย ซาฟารี ปาร์ค กาญจนบุรี
การเดินทางของคนเหงาทั้งสี่จะเป็นยังไง มาดูกัน

ซาฟารี ปาร์ค เป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกในกาญจนบุรี อยู่ในอำเภอบ่อพลอย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น 2 โซน คือโซนสวนสัตว์เปิด และโซนส่วนการแสดง พร้อมแล้วตามไปเที่ยวกันเลย



ซาฟารีปาร์ยังเป็นสถานีอนุรักษ์ขยายพันธุ์สัตว์อีกด้วย สัตว์ทุกตัวที่นี่เลยค่อนข้างสมบูรณ์ ขนสวย ดูนุ่มนิ่ม น่ารัก และไม่ค่อยดุร้าย ภาพบรรยากาศเล็กๆ น้อย เหมือนได้เข้าไปในทุ่งซาฟารีที่แอฟริกาเลย
สำหรับค่าเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ คนละ 200 บาท เด็ก 100 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 550 บาท และเด็ก 350 บาท
ซึ่งในราคานี้สามารถเข้าชมทั้งสวนสัตว์เปิดและเข้าชมการแสดงสัตว์

รถบัสนำเที่ยวก็มาตลอด ไม่ขาดสาย เรายืนซื้อแครอทเอาไว้ให้น้องๆ ไม่ถึง 5 นาทีรถบัสก็มาพอดี
อ่อ ราคาแครอทก็ไม่แพงนะ 4 ตะกร้า 100 บาท (ตะกร้าเส้นผ่านศูนย์ประมาณ 20 เซนติเมตร)
เมื่ออาหารพร้อม ใจพร้อม รถพร้อม ก็เริ่มออกเดินทางเข้าสู่โซนสวนสัตว์เปิดกันเลย
โซนแรกของสวนสัตว์เปิด ก็คือที่อยู่ของน้องกวางนั่นเอง ที่นี่มีกวางหลายพันธุ์มากๆ ทั้งกวางขาว กวางเนื้อทราย และกวางดาว น้องๆ น่ารัก ดูสง่างาม เขาสวย ขนดูนุ่ม ดูก็รู้เลยว่าที่นี่ใส่ใจดูแลน้องๆ เป็นอย่างดี

น้องกวางเหล่านี้สามารถจับได้ ให้อาหารได้ แต่อย่าเพิ่งตื่นเต้นให้อาหารจนหมด ยังมีอีกหลายโซนที่ยังให้อาหารได้ เหลือเก็บไว้ด้วยนะ
‘โซนถัดไปกรุณาลดกระจกลงจนเกือบสุดด้วยนะครับ’
เสียงของไกด์ดังขึ้นเมื่อจอดที่ประตูทางเข้าโซนถัดไป
คงรู้แล้วสินะคะว่าจะโซนของเป็นสัตว์ชนิดไหน
ถ้าเดาว่าเสือถูกต้องเลยค่าาาา~
ตอนเราไปก็บ่ายกว่าแล้ว อาจจะเป็นเวลาพักผ่อนของสัตว์ ดูอย่างเจ้าเสือดาว นอนกันเกลื่อนเลย ส่วนเจ้าเสือโคร่งคงน่าจะเป็นสัตว์ขี้ร้อน นอนแช่น้ำกันอย่างสบายใจ โผล่มาแค่คอเท่านั้นต้องมองหากันดีๆ

ถัดมาอีกนิดก็เข้าโซนของเจ้าป่า รถบัสมาจอดที่สิงโตคู่นึง ตัวผู้เดินวนคลอเคลียตัวเมียไม่ห่างเลย หวานจนน่าอิจฉา
ตอนบ่ายคงเหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ มาถึงโซนหมีควาย เราเห็นแต่ถ้ำจำลอง ถ้าพี่ไกด์ไม่บอกก็หาน้องๆ ไม่เจอเลย

ไหนใครเห็นน้องๆ บ้าง ให้ 10 คะแนนเลย!
มาถึงกันแล้วไฮไลต์ของซาฟารีปาร์คแห่งนี้ นั่นก็คือยีราฟนั่นเอง~
พอประตูโซนนี้เปิด ยีราฟก็เข้ามารุมทันที เสียงร้องจากในรถดังเหมือนอยู่คอนเสิร์ต
เรากับเพื่อนๆ กรีดร้องและมานั่งเบียดกันตรงทางเดินกันทันที ถ้าไม่ได้พี่ไกด์คงไม่ได้ให้อาหารและคงไม่ได้ถ่ายรูปในโซนนี้มาแน่ๆ

ดังนั่นเราขอเตือนเพื่อนๆ ก่อนเลยว่าต้องมีสติ อย่าไปกลัวววววว~
ม้าลายจะอยู่ในโซนเดียวกับยีราฟ ซึ่งก็เป็นสัตว์อีกชนิดที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่
เพื่อนเราชอบม้าลายกันเป็นพิเศษ บอกว่าลายน้องสวย ก้นแน่น น่าสัมผัส

จบไปแล้วกับสวนสัตว์เปิด รถบัสจะพาเรามาส่งที่ประตูทางเข้าโซนการแสดง
ซึ่งการแสดงจะแบ่งเป็นรอบๆ มีทั้งการแสดงของช้าง และจระเข้

นอกจากนี้ยังมีสัตว์อีกหลายชนิด ที่สามารถให้อาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นลิง ชะนี กระต่าย ล่อ หมูแคระ แร็คคูน และแพะ
หลังจากเดินทัวร์ด้านในโซนการแสดงเสร็จ ก็ออกมาที่จุดรอรถ ตรงที่รถบัสมาส่ง ยืนรอไม่นานก็จะมีรถม้าลายมารับออกไปยังลานจอดรถ

จบไปแล้วสำหรับการเที่ยวซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี

มาสรุปค่าใช้จ่ายกัน
- เราเดินทางจากหมอชิตมาลงหน้ามอศิลปากรนครปฐมในราคา 80 บาท
- แล้วไปรถเพื่อนโดยหารค่าน้ำมันกันคนละ 120 บาท (ไปเที่ยวที่นี่ควรมีรถส่วนตัวเพราะค่อนข้างไกลจากตัวเมือง)
- ค่าเข้าชม 200 บาท
- ค่าอาหารสัตว์ 25 บาท
- ส่วนขากลับเรานั่งรถตู้จากศิลปากรไปลงเมเจอร์ปิ่นเกล้า 45 บาท
- แล้วต่อรถเมล์อีกที 14 บาท
สรุปแล้วทริปซาฟารีปาร์คเราหมดเงินไปแค่ 484 บาทเท่านั้น
สุดท้ายถ้ามีโอกาสเราจะกลับมาอีกแน่นอน ด้วยเวลาที่จำกัดเรายังเดินไม่ครบ ยังถ่ายรูปไม่จุใจเลย
แล้วเจอกันใหม่นะซาฟารี ปาร์ค.
ขอบคุณนางแบบ : _baitonggg.t, maymunta, kanun





